บทที่ 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในการยุคของการสื่อสารไร้พรหมแดน
ที่มีการพัฒนาระบบการติดต่อสื่อสาร และการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ปัจจุบันการสื่อสารที่มีบทบาทอย่างมาก
คือการสื่อสารข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทั้งด้านการศึกษา ด้านธุรกิจการบริการ ด้านธรกิจการซื้อขาย และการติดต่อ สื่อสาร อินเตอร์เน็ต
(Internet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก
โดยมีมาตรฐานการรับ- ส่งข้อมูล ที่เหมือนกัน
โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นอาจจะเป็นตัวอักษรภาพนิ่งภาพเคลื่อน ไหว หรืออาจจะเป็นเสียงก็ได้
รวมทั้งยังมีความสามารถในการค้นหาข้อมูลที่อยู่แหล่งเป็นการศึกษาพื้นฐานที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พร้อมที่จะทำประโยชน์แก่สังคม
รูปแบบการให้บริการของอินเตอร์เน็ตคนทั่วไปเมื่อได้ยินคำว่า
อินเตอร์เน็ต มักจะคิดถึงเว็บ World Wide
Web(www) เป็นรูปแบบการให้บริการที่เป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นกราฟิกที่แสดงเว็บเพ็จจากสถานที่ต่างๆ
ซึ่งสามารถอ่านข้อมูล ดาวน์โหลดไฟล์ ดูหนัง ฟังเพลง เติมข้อมูลในฟอร์ม
โต้ตอบกับแอปพลิเคชัน (ที่เรียกว่า Appletsหรือ script)และค้นหาข้อมูล โดยแต่ละเว็บเพ็จจะมี แอ็ดเดรส(Address) เฉพาะที่ไม่เหมือนกัน และอีเมล์เท่านั้น
เนื่องจากเป็นรูปแบบที่เห็นบ่อยและใช้งานเป็นประจำ ความจริงการให้บริการที่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตมีมากมาย
ซึ่งคุณอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่สนใจการให้บริการเหล่านี้ก็ได้ รูปแบบการให้บริการของอินเตอร์มี
Electronic Mail (E-mail) เป็นรูปแบบการให้บริการที่ให้ผู้ใช้งานรับ-ส่งข้อมูลหรือแมสเสจ
(Message) ที่เป็นข้อความไปยังผู้อื่นผ่านทางอินเตอร์เน็ต
นอกจากนี้ผู้ส่งยังสามารถส่งไฟล์อื่น ๆ นวัตกรรมสร้างความสะดวกสบายให้แก่ทุกองค์กร ซึ่งต่างมีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคข่าวสารของผู้คน
นวัตกรรมที่เห็นเด่นชัดก็คือ การทำสื่อออนไลน์อันได้แก่ เว็บไซต์ เพื่อเสนอข่าวให้ผู้คนได้รับรู้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง
ดังจะเห็นได้จากสื่อทั่วโลก ทุกประเภท ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ต่างก็มีเว็บไซต์เสนอข่าวสารที่เคยเผยแพร่ในสื่อหลักมาแล้ว
รวมทั้งข่าวสารใหม่ๆ เพื่อให้คนใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลาเว็บไซต์ก็มีนวัตกรรม
มาเพิ่มเรื่อยๆ เว็บไซต์ก็มีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองการสื่อสารของคนที่เข้ามาใช้บริการ
โดยสร้างเว็บบล็อก (Weblog) ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ให้คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน
ด้วยการเขียนตอบโต้กัน ต่อมา เว็บบล็อกก็มีนวัตกรรมเกิดขึ้น
นั่นคือพัฒนามาเป็นบล็อก (Blog) แยกเป็นอิสระออกมาจากเว็บไซต์
เรียกกันว่าเป็นเว็บยุค 2.0 ที่ผู้อ่านมีส่วนในการสร้างเนื้อหา
ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน
Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal
Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ Blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป
เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ ต่าง ๆ มากมาย
นโยบายการวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก
ฉบับเดิมโดยพิจารณาให้สอดคล้อง กับแผนกลยุทธ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
พ.ศ.2550-2556 ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศและแผนพัฒนากองทัพบก
ปี 2550-2554 ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ พ.ศ.2550-2552 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) แผนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
พ.ศ.2547-2556 ตลอดจนสภาพและ การเปลี่ยนทางเทคโนโลยี ให้มีการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมีขีดความ
สามารถในการป้องกัน ป้องปราม และรักษาผลประโยชน์ของชาติ สามารถยุติความขัดแย้งได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ฝ่ายเราเป็นฝ่ายได้เปรียบ โดยเน้นการปฏิบัติร่วมกันระหว่างเหล่าทัพ พัฒนาความรู้ความสามารถของกำลังพล ให้การทุกส่วนราชการจะต้องเปิด Web
Site ของหน่วย เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน โดยจะต้องรับผิดชอบในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัยและถูกต้องอยู่ตลอดเวลา
ทุกส่วนราชการจะต้องจัดให้มี Web Board และไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ตอบกลับในหน้า
Web Site ของหน่วยเอง เพื่อให้ประชาชนได้ติดต่อ
และมีสัมพันธ์กับหน่วยในการบริหารจัดการของกองทัพให้มีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นคล่องตัวสูง
บริหารจัดการทรัพยากรของกองทัพในลักษณะรวมการพัฒนา และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทหาร เพื่อการพึ่งตนเองทางทหารการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ทางทหาร และนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้ใช้มาตรการจูงใจต่าง
ๆ สนับสนุน เพื่อให้การดำเนินการเป็นรูปธรรมโดยเร็ว จากนโยบายการวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก
พ.ศ.2550-2556 ที่ 5/2550 เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและมีผลกระทบต่อกองทัพบกอย่างกว้างขวางมากมาย
ซึ่งเป็นการวิวัฒน์ไปตามความเจริญทางเทคโนโลยีการสื่อสารวิทยาการ
และข่าวสารต่างๆ ที่สามารถแพร่สะพัดไปตามส่วนต่างๆ ของโลก โดยปราศจากพรมแดนทางการเมือง
ศาสนา วัฒนธรรม และระยะทางเป็นข้อจำกัด อันส่งผลให้เกิดการถ่ายเททางวัฒนธรรม การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หรือกิจกรรม
การดำเนินการของกองทัพบก
ในการจัดสรรทรัพยากร ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร สู่ประชาชน หรือองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างนวัตกรรม
(innovation) ซึ่งต้องอาศัยฐานความเข้มแข็งของทรัพยากรทางปัญญาเป็นสำคัญ
ทำให้กิจกรรมการดำเนินการต่าง ๆ
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของหน่วยทหารในกองทัพบกอยู่ในวงจำกัด
กำลังพลในกองทัพบก หรือประชาชนทั่วไปไม่สารมารถเข้าถึงข่าวสาร
ที่เป็นกิจกรรมการดำเนินการองค์กรได้
เพราะสังคมโลกเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ (knowledge based society and economy)
ความรู้ของกำลังพลในกองทัพบก
จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของคุณภาพชีวิตกำลังพลในการพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ และความสามารถ
ที่จะทำให้กำลังพลในกองทัพบกปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน
การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาส่วนต่างๆ ของสังคมทหารได้ สภาวะแวดล้อมในระดับโลก และในระดับประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
จากปัญหาข้างต้นที่มีผลกระทบ ต่อรูปแบบการบริหารจัดการดังกล่าวจำเป็นต้องปรับปรุงพัฒนา
การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร
และการดำเนินกิจกรรมของหน่วยทหารในกองทัพบกในการใช้นวัตกรรม (Innovation)
ที่กำลังมาแรงไม่มีสิ้นสุด เพื่อตอบสนองนโยบายกองทัพบกเพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน ในการสื่อสารและเข้ามาใช้บริการ โดยสร้างเว็บบล็อก
(Weblog) ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ให้คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน เพราะเว็บบล็อกก็มีนวัตกรรมเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาที่ผู้อ่านมีส่วนในการสร้างเนื้อหาบล็อก
จึงทำให้เกิดทางเลือกที่จะนำนวัตกรรมทางเว็บบล็อกเป็นเครื่องมือ (Function)
ในการใช้งานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านตัวหนังสือ มีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น ใส่ภาพ ใส่เสียง ใส่วิดีโอ มีการเผยแพร่ข้อมูลถึงกันและกันผ่าน
Feed ต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในการประชาสัมพันธ์
การดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการที่เกิดขึ้น ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกระแสของความเร่งด่วนที่จะต้องสร้างเสริมให้คนในชาติมีความรู้
และเข้าถึงบทบาทการดำเนินงานของกองทัพบก
และหน่วยทหารในกองทัพบกได้ นอกเหนือจากการมีทรัพยากรพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์
ถึงเวลาที่ต้องปรับกลยุทธ์อย่างขนานใหญ่
เพื่อสร้างคุณภาพของการนำเสนอกิจกรรม
การดำเนินการให้กับคนไทยทุกคนเข้าใจบทบาททหารมากขึ้น เพื่อตอบสนองแนวนโยบายของกองทัพบกที่ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ
การป้องกันเชิงรุกในการจัดเตรียมกำลัง เสริมสร้าง พัฒนา และบริหารจัดการทรัพยากรทางทหารทั้งมวล
ให้กองทัพสามารถพึ่งตนเองได้ และมีความพร้อมในการใช้กำลังเพื่อการป้องปราม การแก้ไขปัญหาและยุติความขัดแย้ง
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น โครงการนี้จึงมีแนวคิด
ที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ
ได้นำหลักการและแนวทางการจัดการความรู้ (knowledge management) เรื่อง การพัฒนาเว็บบล็อกมาประยุกต์ใช้ ในการประชาสัมพันธ์
การดำเนินการกิจกรรม
และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่กำลังพล และประชาชนทั่วไป และเพื่อแนวทางการศึกษาปรับปรุง
มาประยุกต์เพิ่มพลังในการเรียนรู้ การเข้าถึงความรู้ การรู้จักเลือกใช้ ดัดแปลง ปรับปรุง
ต่อยอดความรู้ที่มีอยู่เดิม และหรือสร้างความรู้ใหม่ อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลขององค์กรที่จัดและที่สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาเว็บบล็อกและ
แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งความรู้ และจัดการความรู้ในทุกระดับ
ในกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ
และทุกมิติของหน่วยทหารในกองทัพบก เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิบัติการเชิงรุกในการให้กำลังพล
และประชาชน ทั่วไปเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม และการดำเนินการต่าง ๆ ในสังคมแนวคิดในการขับเคลื่อน กองพันทหารราบที่
4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ
ดำเนินการจัดการอบรมความรู้เว็บบล็อกเพื่อให้เอื้อต่อการใช้ความรู้ในการทำงานตามขอบเขตความรับผิดชอบ
มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางของการพัฒนาเว็บบล็อก เพื่อการประชาสัมพันธ์
เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ โดยมุ่งในการประชาสัมพันธ์และพัฒนาความรู้
เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ
แต่ทว่าการพัฒนาเว็บบล็อก
เพื่อประชาสัมพันธ์ และการศึกษา คุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้กับกำลังพลในกองพันทหารราบที่
4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ เป็นกระบวนการจัดการความรู้เรื่องใหม่สำหรับหน่วยงาน
ในการพัฒนาเว็บบล็อก และสนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาให้กับกำลังพลภายในองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการริเริ่มสร้างสรรค์เว็บบล็อกขึ้นภายในองค์กรได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่
1 รักษาพระองค์ ฯ ร่วมกับกองทัพบก
จึงเห็นสมควรให้มีการดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร ด้วยการใช้กระบวนการจัดการความรู้ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการจัดการความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
ฯ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของบทบาท ภารกิจ และการจัดการองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการปฏิรูป การพัฒนา
การศึกษา ซึ่งสอดคล้องตามประเด็นยุทธศาสตร์ ด้านการบริหารและจัดการศึกษา อีกทั้งเป็นการสานเจตนารมณ์กระทรวง
ศึกษาธิการปีแห่งการปฏิรูปการเรียนการสอน ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการวิจัยกำหนดใช้กองพันทหารราบที่
4 กรมทหารราบที่ 1
มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เป็นฐานการพัฒนา ศึกษา และเป็นกลไกให้เกิดการผลักดันการใช้เว็บบล็อก
เพื่อการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการดำเนินการ และการศึกษา
ในการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษา รวมทั้งเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ การส่งเสริมให้องค์กรทางการศึกษาใช้การจัดการความรู้ในการพัฒนางานทั้งองค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ให้กับผู้เรียน หรือการปฏิรูปการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้ความรู้เป็นฐานของการพัฒนาและการแข่งขันในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อการประชาสัมพันธ์ภารกิจและกิจกรรรมกองพันทหารราบที่
4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการฝึกอบรมกำลังพลกองพันทหารราบที่
4 กรมทหารราบที่ 1
มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ
คำถามการวิจัย/สมมติฐาน
เว็บบล็อกจะเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการประชาสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานกองพันทหารราบที่
4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
ฯ เชิงรุกอย่างไร
ความสำคัญของการวิจัย
1.ได้แผนการเรียนรู้ การฝึกอบรมเว็บบล็อกและการประชาสัมพันธ์
ในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
2. เป็นแนวทางสำหรับกองทัพบกและกำลังพลผู้สนใจในการพัฒนาเว็บบล็อก
3. ได้พัฒนาทักษะกิจกรรมการฝึกอบรม
เพื่อเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านเว็บบล็อกในอนาคต ต่อไป
ขอบเขตของการวิจัย
1.
ตัวแปรที่สำคัญในการศึกษา
1.1 ตัวแปรอิสระ (Independent
Variable) คือ เว็บบล็อก วิธีการอบรม แบบบรรยาย และปฏิบัติ
1.2 ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ ผลสัมฤทธิ์จากการฝึกอบรมด้านความรู้และทักษะปฏิบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
และความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีต่อการฝึกอบรมด้วยรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเว็บบล็อกที่สร้างขึ้น
2. ประชาการ
จากการศึกษาความพร้อมและความเป็นไปได้
(feasibility study) เพื่อกำหนดกลุ่มองค์กรทางการศึกษาที่เป็นองค์กรเป้าหมายของการวิจัย
เมื่อเดือน มกราคม ถึงพฤษภาคม
2552 สรุปเป้าหมายของการวิจัย ได้ดังนี้
2.1
กองทัพบกโดย กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่
1 รักษาพระองค์ ฯ ใช้กองร้อยปืนเล็กที่ 7 กองร้อย
เป็นพื้นฐานที่อยู่ในเขตกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่
1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เป็นกลุ่มเป้าหมายของการวิจัย
2.2
กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ มีการขยายผลรูปแบบการจัดการฝึกอบรมความรู้
ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกำลังพลขององค์กรในการพัฒนาเว็บบล็อก
ภายในได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของจำนวน 7 กองร้อยปืนเล็ก จำนวนกำลังพล
1,200 นาย เลือกอย่างเฉพาะเจาะจง โดยมีเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้
2.2.1 ภาวะผู้นำของผู้บริหาร
2.2.2 เป็นเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูล
2.2.3 สมัครใจเข้าร่วมโครงการทั้งนี้ จากการศึกษาความเป็นไปได้ขององค์กร
2.3 กลุ่มเป้าหมายที่เลือกมาอย่างเฉพาะเจาะจงนั้น
ได้กลุ่มเป้าหมาย ทั้ง 7 กองร้อย จำนวน 35 นาย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
2.3.1 กลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประจำ
2.3.2 กลุ่มเว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูแลเว็บบล็อก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น